รับเจาะน้ำบาดาล เชียงใหม่ ราคาถูก จาก www.panjong35.com
การเลือกที่ทิ่ม
ที่ถูกเป้าหมายต้องเลือกในท้องที่ที่ไม่เคยเจาะน้ำบาดาลมาก่อน หรือในท้องที่ที่ชั้นน้ำเป็นหินแข็ง จะจำเป็นต้องใช้เนื้อความรู้ทางธรณีวิทยา และอุทกธรณีวิทยาน้ำบาดาลในบริเวณที่จะเจาะ การเจาะบ่อขนาดใหญ่ที่ต้องการน้ำมากๆในบางแห่งยังต้องมีเจาะบ่อทดสอบ(Test hole) ดูก่อน 2-3 บ่อ การเจาะบ่อน้ำบาดาล เชียงใหม่ทดสอบเพื่อที่จะหาความลึกของแหล่งน้ำบาดาล จุดที่ชั้นน้ำบาดาลหนาที่สุด จุดที่น้ำบาดาลมากที่มาก คุณภาพน้ำที่ดีที่สุด ผลจากการทดสอบและรายละเอียดการตรวจสอบอื่นๆ เช่น การตรวจสอบชั้นหิน การตรวจชั้นน้ำด้วยเครื่องมือไฟฟ้า และการทดสอบปริมาณน้ำ เมื่อมาประเมินให้ถูกหลักก็จะกำหนดจุดเจาะให้ได้ผลดีที่สุดได้ แนวทางการเลือกจุดเจาะทั่วไป ควรที่จะเลือกใช้ลักษณะภูมิประเทศของที่นั้นๆมาร่วมตรึกตรองด้วย
พรรณของเครื่องเจาะ
รถขุดเจาะน้ำบาดาล เชียงใหม่
ทัศนียภาพแสดงการขุดเจาะน้ำบาดาล รับเจาะน้ำบาดาล เชียงใหม่ ราคาถูก จาก http://www.panjong35.com
การเจาะแบบหัวตอก (Drived point)
ใช้ตอกได้เนื้อๆในกรวดทรายหรือดินเท่านั้น ผลรวมน้ำที่แซะได้พอเหมาะที่จะใช้เฉพาะในครัวเรือน การแปรเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำบาดาล อาจจะกระทบกระเทือนต่อปริมาณน้ำที่สูบได้ เพราะว่า บางครั้งระดับน้ำอาจจะลดต่ำกว่าระดับตัวหัวตอก
เครื่องเจาะแบบใช้น้ำพ่น (Jet Drilling Rig)
เหมาะกับพื้นที่ที่เป็นกรวดทราย หรือแหล่งหินร่วนเท่านั้น หลักการของการเจาะแบบนี้คือการฉีดน้ำตามแนวดิ่งลงไปในดิน แรงดันของน้ำจะดันเอาดินส่วนที่ถูกฉีดให้แตก ไหลปนกับน้ำขึ้นสู่ผิวดิน น้ำที่ว่านี้เป็นน้ำที่ผสม Bentonite เรียกว่าน้ำโคลน ซึ่งจะช่วยนำเอา เศษตะกอนขึ้นมาและเป็นตัวฉาบผนังบ่อเพื่อป้องกันการพังของผนังบ่อ
เครื่องเจาะแบบโขก (Percussion rig หรือ Cable tool)
สามารถเจาะได้ในหินทั่วชนิดไม่ว่าแข็งหรืออ่อน แต่มีหนทางที่บ่อจะเกิดการพังง่าย จึงควรใส่ท่อกันพัง
เครื่องเจาะแบบหมุนตรง (Direct Rotary Rig)
หลักการคล้ายกับงานเจาะแบบใช้พ่น แต่ใช้เครื่องจักรเย็บผ้ากลแรงคนและมีปริมาตรใหญ่มากกว่า
เครื่องเจาะหมุนแบบดูดกลับ (Reverse Rotary Rig)
ดัดแปลงมาจากวิธีการของเครื่องเจาะหมุนตรง แต่ในวิธีนี้เราจะปลงน้ำไหลลงไปเองทางช่องว่างระหว่างผนังบ่อกับก้านเจาะ แล้วดูดน้ำโคลนพร้อมทั้งเศษหินเล็กๆ ไหลกลับลงไปในบ่อเก็บน้ำ เหมาะที่จะเจาะในชั้นหินร่วนหรือชั้นดินอ่อน สามารถเจาะได้บ่อขนาดใหญ่
เครื่องเจาะผสมต้นร่างใช้น้ำและลม (Direct Rotary and Down the Hole Hammer)
เป็นเครื่องเจาะที่สามารถสับเปลี่ยนวิธีการเจาะได้ตามความเหมาะสม ซึ่งการเจาะแบบใช้ลมเหมาะในการเจาะชั้นดินหรือชั้นหินแข็ง และการเจาะแบบใช้น้ำโคลนเหมาะในงานเจาะชั้นดินหรือชั้นหินที่อ่อน และสามารถได้ทันทีเมื่อเจาะถึงชั้นที่ให้น้ำ
การพัฒนาบ่อ (Well Development)
เป็นงานขั้นสุดท้ายในกรทำบ่อก่อนที่จะสูบน้ำจากบ่อออกไปใช้ การความเจริญรุ่งเรืองบ่อมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้บ่อมีน้ำเพิ่มมากขึ้น ป้องกันไม่ให้ทรายเข้าบ่อ และทำให้อายุการใช้งานรื่นเริงของบ่อมากขึ้น วิธีการพัฒนาบ่อมีดังนี้
วิธีการตักน้ำ (Bailing) คือการใช้กระบอกตักน้ำหย่อนบงไปตักน้ำถึงก้นบ่อขึ้นมาทิ้ง จะทำให้น้ำกระเพื่อมผ่านรูท่อกรองออกจากบ่อและเข้าบ่ออย่างแรง ทรายเม็ดละเอียดมากๆจะแขวนลอยอยู่ในน้ำ ส่วนเม็ดใหญ่จะตกตะกอนที่ก้นบ่อ ตักขึ้นทิ้งได้ต่อไป
วิธีการสูบน้ำ (Pumping) คือการสูบน้ำด้วยเครื่องสูบ โดยต้องใส่ท่อดูดของเครื่องสูบลงไปประมาณกึ่งกลางของท่อเซาะร่อง และเริ่มสูบน้ำประมาณน้อยๆก่อนหมดทางไปกว่าน้ำจะใส จึงเพิ่มความเร็วของเครื่องสูบ จนสูบน้ำได้ปริมาณสูงสุดเท่าที่เครื่องสูบจะสูบได้แล้วจึงหยุด ให้ระดับน้ำคืนตัวขึ้นมาอยู่ระดับเดิมแล้วจึงเริ่มสูบใหม่ การทำเช่นนี้จะปฏิบัติงานให้เกิดการกวนน้ำในวรรณะน้ำ ตะกอนละเอียดจะถูกดูดเข้ามาในบ่อและนำไปทิ้ง
วิธีการกวนน้ำ (Surging) โดยใช้ swab ซึ่งมีลักษณะประดุจกับลูกสูบใส่ลงไปในบ่อเหนือระดับท่อกรองแล้วดึงขึ้นลงเร็วๆ จะทำให้ทรายละเอียดไหลเข้าและออกจากบ่อ จากนั้นจึงตักน้ำปนทรายออกด้วยกระบอกตัก ทำไปเรื่อยๆจนกระทั่งไม่มีทรายเข้าบ่ออีก
วิธีการเป่าล้างด้วยลม โดยต่อท่อลม (Air Line) ลงไปในท่อสูบน้ำ (Drop Pipe) จนถึงปลายสุดของท่อกรอง แล้วจึงปล่อยลมซึ่งมีความดันสูงตั้งแต่ 100-125 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ลงไปในบ่อทางท่อลม จะแปลงให้ตะกอและทรายเมล็ดเล็กรอบๆบ่อหลุดเข้ามาในบ่อแล้วจึงถูกดันขั้นข้างบนทางท่อจ่ายน้ำตลอดเวลาที่ลมยังมีแรงดันสูง
การสูบทดสอบปริมาณน้ำ
การสูบทดสอบน้ำบาดาล
วัตถุประสงค์ของการสูบทดสอบ คือ การประเมินคุณลักษณะทางชลศาสตร์ของชั้นน้ำบาดาล และประเมินอัตราการสูบน้ำ การเลือกขนาด และชนิดของเครื่องสูบน้ำ การประเมินคุณสมบัติทางชลศาสตร์ ได้แก่ คุณสมบัติการจ่ายน้ำ (Transmissivity), คุณสมบัติในการยอมแพ้ให้น้ำไหลผ่าน (Hydraulic conductivity) และสรรพคุณในการกักเก็บ (Storage coefficient)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น